เปิดบริการทุกวัน 09:30 - 19:30 น. (สุขุมวิท 55) 📞 02-712-9481 💬 WhatsApp: 082-459-8123

การปกป้องดวงตาจากแสงสีฟ้าและอาการตาล้าในยุคดิจิทัล

ในยุคที่เราต้องใช้เวลากว่า 7-9 ชั่วโมงต่อวันอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์และสมาร์ตโฟน อาการตาแห้ง แสบตา และการโฟกัสภาพเบลอชั่วคราว (Digital Eye Strain) ได้กลายเป็นภาวะที่พบได้บ่อยที่สุดในกลุ่มคนทำงานออฟฟิศในกรุงเทพฯ

อาการเส้นเลือดฝอยขยายตัวและความเมื่อยล้าของดวงตา
รูปที่ 1: การเพ่งมองจอเป็นเวลานานส่งผลให้อัตราการกระพริบตาลดลงถึง 50% ทำให้ฟิล์มน้ำตาระเหยเร็ว

ทำไมแสงสีฟ้าและจอภาพจึงทำให้เกิดความล้า?

แสงสีฟ้าพลังงานสูง (High Energy Visible Light หรือ HEV Light) ในช่วงความยาวคลื่น 415-455 นาโนเมตร มีคุณสมบัติกระเจิงแสงได้ง่ายในตัวกลาง ทำให้ดวงตาของเราต้องปรับความตึงตัวของกล้ามเนื้อปรับโฟกัส (Ciliary Muscle) ตลอดเวลาเพื่อให้ภาพคมชัด ประกอบกับสภาพแวดล้อมในห้องทำงานที่เปิดเครื่องปรับอากาศตลอดวัน ส่งผลให้ความชื้นในอากาศต่ำ น้ำตาจึงระเหยเร็วกว่าปกติ

กฎ 20-20-20: การรีเซ็ตกล้ามเนื้อตาที่ง่ายและทรงพลัง

เทคนิคที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลและเราแนะนำแก่ผู้เข้ารับคำปรึกษาทุกคนคือ กฎ 20-20-20:

  • ทุกๆ 20 นาที: ให้หยุดพักการมองหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือ
  • มองออกไปไกล 20 ฟุต: ทอดสายตาไปยังวัตถุที่อยู่ไกลออกไปประมาณ 6 เมตร เช่น หน้าต่าง ต้นไม้ หรือปลายทางเดิน
  • เป็นเวลา 20 วินาที: ให้เวลาดวงตาได้คลายการเกร็งตัวอย่างเต็มที่ และกระพริบตาเบาๆ 3-4 ครั้งเพื่อให้น้ำตาเคลือบผิวตา
โครงสร้างและการปกป้องดวงตา
รูปที่ 2: สุขอนามัยของผิวตาและเปลือกตาที่สมบูรณ์ช่วยคงความชุ่มชื้นตลอดวัน

การเลือกแว่นตาและการยศาสตร์หน้าจอ

นอกจากการพักสายตาแล้ว การจัดตำแหน่งของหน้าจอก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ควรจัดให้ขอบบนของจอภาพอยู่ต่ำกว่าระดับสายตาเล็กน้อย (ประมาณ 10-15 องศา) และมีระยะห่างประมาณ 50-70 เซนติเมตร ร่วมกับการใช้เลนส์ที่มีคุณสมบัติกรองแสงสีฟ้าช่วงคลื่นที่รบกวนการนอนหลับ และเลือกกรอบแว่นน้ำหนักเบาที่ไม่กดทับเส้นเลือดบริเวณดั้งจมูก

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ:

หากคุณมีอาการปวดศีรษะร่วมกับอาการตาล้าเป็นประจำ แนะนำให้เข้ารับการตรวจวัดระยะโฟกัสหน้าจออย่างละเอียด เพื่อดูว่าค่าสายตาจริงของคุณสัมพันธ์กับระยะโต๊ะทำงานหรือไม่

ทำแบบทดสอบเลือกทรงแว่นตาและเช็กความล้าสายตา